การเลือกซื้อเพชรในปัจจุบันคนเรามักไม่ได้มองแค่ 4 C's แต่มองถึง 5 C's ด้วยกันที่เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ซึ่ง C ตัวสุดท้ายก็คือ Certificate นั่นเอง ที่จะเป็นตัวยืนยันรายละเอียดทุกอย่างในเพชรเม็ดนั้น
แต่การที่จะซื้อเพชรพร้อมใบรับประกันนั้น คุณต้องยอมจ่ายแพงกว่าเพชรที่ไม่มีใบรับประกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อเหตุผลเดียวคือ ความสบายใจ
ซึ่งทางร้านของเรา มีให้คุณเลือกทั้ง 2 แบบค่ะ จะเอาเพชรแบบมีใบรับประกันก็ได้ หรือถ้างบประมาณจํากัดคุณก็สามารถซื้อเพชรแบบที่ไม่มีใบรับประกันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความพึงพอใจ และความเชื่อใจในร้านค้า ซึ่งร้านค้าของเราได้เปิดดําเนินกิจการมากว่า 30 ปี คงจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความชํานาญ ในธุรกิจด้านนี้ไม่มากก็น้อยค่ะ
เพียงแค่บอกเราว่าคุณมีงบประมาณเท่าไหร่ ต้องการใบ Certificate หรือไม่ เท่านี้เราก็สามารถหาเพชรเม็ดที่ดีที่สุด ในงบประมาณที่คุณมีได้แล้วค่ะ
Cut | การเจียระไน
ความสวยงามของเพชรนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการเจียระไน รวมถึงความสามารถและความชำนาญในการเจียระไนด้วย เพชรสามารถเจียระไนออกมาได้หลายรูปทรง แต่รูปทรงที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ ทรงกลม (Round shape) รูปแบบของการเจียระไนเพชรทรงกลมที่สวยงามที่สุดมีชื่อเรียกว่า "Brillant Cut" หรือที่รู้จักกันในนาม "เหลี่ยมเกสร"
ตัวอย่างลักษณะรูปทรงของเพชร

คุณภาพของการเจียระไนและขัดผิวจะส่งผลต่อลักษณะของแสงที่เดินทางผ่านเพชรมาให้เราเห็น คุณสมบัติเหล่านี้ได้แก่ Proportion (สัดส่วน), Symmetry (ความสมมาตร), Polish (การขัดผิว) และอื่นๆ
ลักษณะของแสง (Light’s Performance) ที่ดีนั้น แสงทั้งหมดจะต้องถูกสะท้อนมายังผู้สวมใส่ และให้ความแวววาว (Brilliance) สูงสุด ตามภาพที่แสดงด้านล่างดังนี้

- Too Shallow แสงหลุดลงไปด้านล่างไม่กระทบกลับมาด้านหน้าของเพชร ทำให้สูญเสียความแวววาวไป
-
Ideal แสงทั้งหมดถูกสะท้อนมายังผู้สวมใส่ ทำให้เพชรเกิดความแวววาวสูงสุด
-
Too Deep แสงตกกระทบแล้วสะท้อนออกด้านข้าง ซึ่งมักจะทำให้เพชรเกิดความหม่นหรือสีคล้ำภายใน
|
เพชร Hearts & Arrows (H&A) เป็นเพชรที่ได้รับการเจียระไนได้สมบูรณ์แบบที่สุด มีลักษณะพิเศษคือจะให้แสงสะท้อนที่แวววาวสูงสุด ใช้เรียกกับเพชรรูปทรงกลมเท่านั้น ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ เราจะเห็น Pattern รูปหัวใจ 8 ดวงเมื่อมองจากด้านล่าง และลูกศร 8 ศร เมื่อมองจากด้านบน โดยหัวใจ และลูกศรก็จะมีขนาดเท่ากันทั้งหมด และวางตัวอย่างสมมาตรด้วย ซึ่งเราจะพบเพชร Heart & Arrows 1-2% ของเพชรทั้งหมดในโลกนี้เท่านั้นที่จะเจียระไนได้สมบูรณ์แบบระดับนี้ ซึ่งก็ทำให้มีราคาสูงกว่าเพชรทั่วไป
Color | สี
สีของเพชรจะถูกจัดแบ่งโดยเริ่มตั้งแต่เพชรที่ใส ไม่มีสี (Colorless), เริ่มมีสีนวลขึ้นในระดับที่ สายตาเริ่มสังเกตได้ (Near Colorless), เป็นสีเหลืองจางๆ (Yellow Tinge) และเป็นสีเหลืองอ่อนๆ (Light Yellow)
หากใช้มาตราฐานของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่เรานิยมเรียกกันว่า "น้ำ" โดยใช้อักษรตั้งแต่ D ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 100 ถัดมาเป็น E ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 99 ไล่ลงไปเรื่อยๆ จนถึง Z ดังนี้

การจัดแบ่่งสีของเพชรต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งสายตาของคนทั่วไปจะไม่สามารถดูความแตกต่างของสีเพชรได้ ดังนั้นเพชรทุกเม็ดต้องมีใบ Certificate กำกับ.
Clarity | ความสะอาด
การเกิดเพชรตามธรรมชาติภายใต้แรงกดดันและอุณหภูมิที่สูงมาก และปรากฎการณ์ธรรมชาติก็สามารถก่อให้เกิดรอยตำหนิในเพชรหรืออาจทำให้เพชรมีมลทินได้ เพชรที่ไม่มีมลทินและตำหนิ หรือมีน้อยก็จะยิ่งหายากและจะมีมูลค่าสูงขึ้นด้วย
เพชรสามารถแบ่งตามคุณภาพของความสะอาด ภายใต้การใช้กล้องขยายที่มีกำลังขยาย 10 เท่าได้ดังนี้
- FL (Flawless) หรือ LC (Loupe Clean) เพชรที่สะอาดที่สุด ไม่มีรอยตำหนิใดๆ ทั้งภายในและภายนอก
- IF (Internal Flawless) เพชรที่สะอาด ไม่มีรอยตำหนิใดๆ หรือจะมีก็แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ ภายนอกเท่านั้น
- VVS1, VVS2 (Very Very Slightly Included) มีแผลตำหนิภายในหรือภายนอกน้อยมาก
สังเกตได้ยากมาก
- VS1, VS2 (Very Slightly Included) มีแผลตำหนิภายในหรือภายนอกเล็กน้อย
- I1, I2 (Imperfect) มีรอยตำหนิซึ่งมองเห็นได้ง่าย
|
Carat Weight | กะรัต
หน่วยที่เป็นมาตราฐานในการใช้ชั่งน้ำหนักเพชรและอัญมณีต่างๆคือ "กะรัต" (Carat) หรือย่อว่า ct ใน 1 กะรัตจะแบ่งเป็นหน่วยย่อยๆ 100 หน่วย เรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า "ตัง" เช่นเพชรที่มีขนาด 0.50 ct ก็จะเรียกว่า 50 Point หรือ 50 ตัง
ราคาของเพชรจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักและคุณลักษณะอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเพชที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจจะมีราคาที่แตกต่างกันได้ อีกทั้งราคาของเพชรจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆโดยอาศัยช่วงน้ำหนัก ราคาจะมาสูงขึ้นในอัตราส่วนเดียวกับน้ำหนักกะรัต เช่น เพชร 2 กะรัตไม่ได้มีราคาเป็น 2 เท่าของ เพชร 1 กะรัต
ภาพด้านล่างแสดงขนาดโดยประมาณของเพชรในแต่ละกะรัต

Certification | ใบรับรอง
GIA (The Gemological Institute of America)
เป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก GIA เป็นสถาบันที่คิดค้นและพัฒนาการประเมินคุณภาพเพชร โดยระบบที่เด่นที่สุดคือระบบการประเมินคุณภาพสีของเพชรที่ใช้เพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษเพียงตัวเดียวแทนระดับสี 1 ระดับ เช่น D เท่ากับสีของเพชรที่ใส ไม่มีสี หรือ ที่เราเรียกกันว่าน้ำ 100 นั่นเอง ดังนั้น GIA จึงเป็นสถาบันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพชรที่ได้รับ Certificate ของ GIA จึงเชื่อกันว่า ได้รับมาตรฐานที่ดีที่สุด และในปัจจุบันเพชรของ GIA จะได้รับการเลเซอร์รหัสเลขที่ใบ Certificate ที่ขอบเพชรทุกเม็ดด้วย
IGI (International Gemological Institute)
มีสาขาอยู่ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย จึงเป็นอีกสถาบันที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย อย่างไรก็ดี IGI ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่ากับ GIA และ HRD
GIT (The Gem and Jewelry Institute of Thailand (Public Company))
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือเรียกย่อว่า สวอ. จัดตั้งโดยกระทรวงพาณิชย์ในปี 2542 โดยมีวัตถุประสงค์ให้สถาบัน GIT เป็นสถาบันหลักของประเทศในการวิจัย ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพอัญมณีและเครื่องประดับ การตรวจสอบอัญมณีของสถาบันได้รับการรับรองจากสมาพันธ์อัญมณีโลก (The World Jewellery Confederation หรือมีชี่อย่อว่า CIBJO) ให้เป็น CIBJO Registered Laboratory
Certification สําคัญอย่างไร
ทำให้เกิดความสบายใจและมั่นใจในการเลือกซื้อสำหรับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ สามารถมั่นใจว่าจะได้รับเพชรคุณภาพตามที่อ้างอิงจริง
-
สามารถเปรียบเทียบราคาจากร้านต่างๆ โดยใช้คุณภาพในใบ Certificate เป็นการอ้างอิง
-
หากมองว่าเพชรคือการลงทุนแล้ว Certificate จะเป็นการปกป้องการลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเพชรแต่ละเม็ดมีคุณภาพเป็นอย่างไร สามารถนำไปอ้างอิงกับราคาในตลาดได้
-
หากต้องมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนตัวเรือน คุณสามารถตรวจดูได้ว่าคุณได้เพชรเม็ดเดิมกลับมาหรือไม่ เนื่องจากไม่มีเพชรเม็ดใดในโลกที่เหมือนกัน โดยมลทินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จะเป็นสิ่งที่ใช้แยกความแตกต่างเพชรของแต่ละเม็ดออกจากกัน โดยใน Certificate จะระบุตำแหน่งของมลทินไว้ ทำให้สามารถตรวจสอบเพชรจาก Certificate ได้ทันที
|